Called Me Ball DonToom…… ชีวิตนักแข่งเริ่มต้นที่นี่

 

หลายเดือนก่อนข้าพเจ้ามีโอกาสกลับบ้านบ้านในที่นี้หมายถึง Home of Motorsport ที่ซึ่ง”อาชีพ” และ ส่วนหนึ่งของชีวิตเกี่ยวข้องผูกพันธ์กับคำว่า กีฬาแข่งรถอย่างแน่นแฟ้น จนถึงปัจจุบัน “ไทยแลนด์เซอร์กิต” จากสนามแข่งความยาว 1.5 ก.ม.กลางทุ่งนานครชัยศรี ในยุคนั้น และในช่วงเวลานั้นเอง ที่ได้เห็นได้พบปะกับนักแข่งมากมาย ตั้งแต่ระดับ วินมอเตอร์ไซค์ ,วันเมคเรซ จนถึง ซูเปอร์สตาร์แห่งยุค จากการกลับไปเยือนบ้าน ณ ทุ่ง นครชัยศรี ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีโอกาส ได้พูดคุยกับอดีตเด็กแว๊นซ์ , เด็กกะโปโล หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะอธิบายถึงเจ้าเด็กแสบจากดอนตูม กับชุดแข่งทึมๆน่าจะเป็นโทนสีขุ่นๆขาดวิ่น”ที่น่าจะรับช่วงต่อมาเป็นทอดๆ” ตามวิถีของ เด็กใหม่ ที่อยากจะก้าวเข้ามาสู่สนามแข่ง วันนี้เจ้าเด็กแสบหัวเกรียนที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ของไทย จนกระทั่งที่ใครบางคนบอกว่ากำลังถึงช่วงขาลงของอาชีพแล้วนั้นข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้กลับมาพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้งกับ “สุหทัย แช่มทรัพย์”เอาเป็นว่าข้ามเรื่องราวสดุดีหรือท้าวความถึงประวัติผลงานไปเลยก็แล้วกัน เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของอดีตซูเปอร์สตาร์เจ้าของฉายา บอล ดอนตูม หรือ ไทยทอร์นาโด หรือ อื่นๆๆอีกมากมายมากันไม่มากก็น้อย จากไฟล์เสียงที่หมกอยู่ในมือถือมาหลายเดือน ก็มีบางส่วนที่น่าสนใจ “น่าจะให้อะไรได้มากกว่า” สำหรับนักแข่งใหม่ๆ หรือ คนที่สนใจที่จะก้าวเข้ามาสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต กับบทสนทนา”หล่อๆ” จาก นักแข่งที่ข้าพเจ้าเห็น พบเจอ และ ติดตาม ตั้งแต่ก้าวแรกในสังเวียนการแข่งขันบนแทร็คไทยแลนด์เซอร์กิต จาก 1.5 ก.ม. ขยับมาสู่ 2.5 ก.ม. ก่อนที่จะ โบยบินสู่สังเวียนในระดับเอเชีย , ญี่ปุ่น และ สัมผัสเกมระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ และนี่ส่วนหนึ่ง บทสนทนาเพียวๆบางส่วนจาก “สุหทัย แช่มทรัพย์” กับหัวข้อสนทนาที่ว่า “เครียดไหมกับขาลงของอาชีพ”  ซึ่งคำตอบก็คือ

“ไม่นะ ผมยังสนุก ยังตื่นเต้นกับการลงสนามแข่งขันไม่เปลี่ยนแปลงคือวันแรกที่เข้าสู่สนามรู้สึกอย่างไร วันนี้ผมก็ยังรู้สึกอย่างนั้น ยังอยากที่จะแข่งขันไปเรื่อยๆ ที่สำคัญ จุดที่ผมยืนตอนนี้ มันมาไกลเกินกว่าที่ผมเคยคิดไว้”  พร้อมกับเพิ่มเติมว่า

“เอาจริงๆเลยนะว่าตั้งแต่เริ่มต้นที่เข้ามาสู่วงการแข่งขันผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสเช่นทุกวันนี้ ในสมัยนั้นผมก็เป็นแค่เด็กแว๊นซ์ที่ซิ่งอยู่บนถนนทั่วไป จนวันหนึ่งคิดว่าอยากจะทำอะไรบางอย่างให้คนยอมรับให้คนเห็นว่าเราเป็นอะไรได้มากกว่าเด็กแว๊นซ์ และนั่นเองที่ผมตัดสินใจว่าจะเข้ามาสู่สนามแข่งขัน ซึ่งหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นมาในช่วงชีวิตของผมนี้ล้วนเกินความคาดหมายของผมจากที่เป้าหมายเดิมเพียงแค่อยากพิสูจน์ตัวเองว่าเราเราทำอะไรได้บ้างในสนามแข่งเราเป็นได้มากกว่าแค่เด็กแว๊นซ์ ทีนี้พอเริ่มทำได้ก็เริ่มถูกจับตามองจนมีทีมมีอะไรต่างๆเข้ามาแล้วมีส่วนสำคัญที่มีให้ผมถึงทุกวันนี้  ก็อย่างที่บอกครับว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเกินจากความหวังที่ผมตั้งไว้ ที่สำคัญคือ มันเปลี่ยนชีวิตเราได้ จากวัยรุ่นคะนองแว๊นซ์ไปวันๆ จนกระทั่งวันนี้ผมทำอะไรให้กับตัวเองให้กับครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง ”

ย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของ บอล ดอนตูม กว่าที่จะมีถึงจุดนี้ “มีจุดประกายเส้นทางแห่งฝันอย่างไร”

“อย่างที่เคยบอกว่าผมเริ่มต้นจากการเป็นเด็กแว๊นซ์ ซึ่งส่วนตัวผมเองรู้สึกว่าเราก็สุดแล้วนะกับการเป็นเด็กแว๊นซ์ แต่ก็เหมือนกับว่ามันก็แค่นั้นไม่มีค่าอะไร คนทั่วไปยังดูถูกยังว่าเราเป็นเพียงแค่เด็กแว็นซ์ ทีนี้ผมเองก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการก้าวเข้ามาในสนามแข่ง ซึ่งตอนนั้นผมก็ทำรถแต่งกับ เฮียง่า  ผมก็มาเข้าไปขอเฮียเค้าว่าอยากจะแข่งในสนาม ซึ่งเฮียง่าเขค้าก็บอกว่าถ้าอย่างงั้นก็มาอยู่กับเค้าแล้วจะทำรถให้ขี่  ซึ่งเฮียเค้าก็เป็นลูกศิษย์ของวิโรจน์ยนต์ ก็เลยมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ใกล้กับทีมใหญ่ ซึ่งตอนนั้นในทีมวิโรจน์ยนต์นั้นก้มีนักแข่งที่เป้นไอดอลที่ผมติดตามอยู่แล้วอย่าง อนันต์ มีเพนียด , เอกชัย ผลคิมหันต์ ก็เลยมีส่วนทำให้ผมพยายามที่จะขวนขวายเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะชนะให้ได้ ซึ่งแม้ผมจะขี่รถแข่งของเฮียง่า แต่เราก็ใช้ชื่อทีมวิโรจน์ยนต์ ซึ่งทางทีมวิโรจน์ยนต์ก็ให้การสนับสนุนเรื่องยางเรื่องอะไหล่อีกทางหนึ่งด้วย แต่ที่สำคัญคือการได้มาอยู่กับนักแข่งระดับสุดยอดเช่นนั้นทำให้ผมมีความพยายามมากขึ้นที่จะเดินตามเส้นทางไอดอลที่ผมชื่นชอบ”

Exif_JPEG_420

############# TBC ติดตามตอนต่อไป #######################

There are no comments yet

Why not be the first

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *