Friendship is more than victory : FIM Asia Cup of Road Racing 2018, India Round

จากการแข่งขันรายการ FIM Asia Cuo 2018 สนามที่ 3 ได้แข่งเสร็จสิ้นไปแล้ว ก็อาจจะได้รับทราบเรื่องราวขจองการแข่งขันไปคร่าวๆ แล้ว ขณะนี้ Wroommm จะทำการรายงานอย่างละเอียดอีกครั้งโดยมีทั้งข้อมูลเบื้องลึกและเบื้อหลังอีกมากมาย

ต้องบอกว่ากาารแข่งขันที่เราส่งนักแข่งไปแข่งนี้ เจตนารมย์นั้นไม่ได้ต้องการที่จะเอาชนะจนเป็นแชมป์ และต้องส่งมือดีระดับประเทศไปร่วมลงชิงชัย ตามที่ได้วางรูปแบบไว้นั้น คือจะส่งนักแข่งมือใหม่ไปหาประสบการณ์ และหวังไว้ว่าจะเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันนั้น มาจากทุกประเทศในแถบเซีย มาร่วมลงทำการแข่งขันกัน

หลังจากที่ทำการรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ ก็คงเป็นที่ทราบกันว่านักแข่งของเราค่อนข้างเป็นรอง แต่โลกกลมๆ ใบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้

เพราะการแข่งขันในเรซที่ 2 นั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นมาครบทุกรสชาดกันเลยทีเดียว

เริ่มต้นในช่วงเช้า จะมีช่วงซ้อมก่อนแข่งก่อน เป็นเวลา 10 นาที แต่มีเรื่องราวที่ไม่น่าเกิดขึ้นนั่นก็คือ มีการตัดเวลาออก ทำให้นักแข่งทุกคนเสียโอกาสในการซ้อม อย่างน่าเสียดาย

พอถึงเวลาแข่งที่นักแข่งจะต้องมุ่งมั่นไปกับการแข่งขัน ปรากฏว่า วันนี้นักแข่งของเราทั้งสอง ออกสตาร์ทดีกว่าวันที่ผ่านมาเพราะจากการควอลิฟายในเรซที่ 1 ทำให้ออกสตาร์ทในกันดับที่ 29 และ 33 แต่ในเรซที่สอง อันดับของกริดสตาร์ทนั้นจะมาจากผลการแข่งขันในเรซที่ 1 และอันดับของนักแข่งสองสาวเรา แนนโซนิก และ ปุ๊กกี้ละอ่อนเมืองเหนือมีอันดับสตาร์ทที่ขยับขึ้นมาในอันดับที่ 25 และ 30 ซึ่งถือว่ามีการพัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดสำหรับนักแข่งสองสาวตัวแทนชาติไทยของเรา

ผ่านรอบ Sideting lap ผู้คนเริ่มหนาตามากยิ่งขึ้น live สดมีการแพร่ภาพไปทั่วโลก สองนักแข่งของเราออกสตาร์ทในท้ายแถว ซึ่งต้องบอกว่าการแข่งขันที่เราไปร่วมนี้ จะแข่งร่วมกับการแข่งขันในรุ่น Gixer Race ซึ่งใช้รถแข่งในรุ่นเดียวกัน ผลการแข่งขันจึงต้องมีการแยกกัน เพราะในรุ่น Gixer นั้นจะเป็นนักแข่งจ้าวถิ่นลงทำการแข่งขันกัน ซึ่งต้องบอกว่าเร็วมากๆ แต่ในรุ่น FIM Asia Cup ที่เราร่วมทำการแข่งขันนี้จะค่อนข้างมีความแตกต่างทั้งในเรื่องของรถแข่งและประสพการณ์ของนักแข่ง

ผ่านรอบ Wormup lap ก็มาเข้าประจำที่กริดสตาร์ท ก่อนที่จะจ้องไปที่สัญญาณไฟ เมื่อไปแดงดับลงตามกติกาสากล แนนโซนิก ศตพร นิ่มเดช และปุ๊กกี้ละอ่อนเมืองเหนือ จารุวรรณ ยานพิทักษ์ ออกตัวดีกว่าที่เคย เพราะคุ้นเคยกับรอบเครื่องของ Suzuki Gixer 150 เป็นที่เรียบร้อย การแข่งขันทั้งหมด 8 รอบสนามทุกสายตาจับจ้องไปที่การแข่งขันที่มีรถทั้งหมด 34 คัน ความภาคภูมิใจแรกเกิดขึ้นจากพิธีกรภาคสนาม และกล้อง live สด นั้นได้จับภาพไปที่ น้องแนน และ น้องปุ๊กกี้ บ่อยมาก และมีการบรรยายว่า นี่คือนักแข่งจากประเทศไทย แนน มีประสบการณ์การแข่งขันในประเทศไทยมา 3 ปี กับการแข่งขันในรุ่น Supersport 400 อยู่ในอันดับหัวแถวของรุ่น ส่วนปุ๊กกี้ เป็นนักแข่งที่เพิ่งลงทำการแข่งขันเพียง 4 เดือนเท่านั้น และที่นี่คือการมาครั้งแรกของสองนักแข่งจากประเทศไทย

ทุกๆ สายตาโฟกัสไปที่ แนนโซนิก เพราะวันนี้เธอขี่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งอันดับโอเวอร์ออล และอันดับในรุ่น FIM Asia Cup ก็มีการขยับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

จากเดิมทีผู้จัดการทีมของเราในครั้งนี้ เป็นสื่อมวลชนที่ติดตามการแข่งขันแนวมอเตอร์สปอร์ตมาตลอดกว่า 25 ปี แต่ในวันนี้ต้องมารับบทบาท ผู้จัดการทีม และโค๊ช ซึ่งต้องขอบอกว่า ชีวิตที่ผ่านมาเจอการแข่งขันทุกรูปแบบ ทั้งทางเรียบทางฝุ่น ระดับประเทศระดับนานาชาติและระดับโลก แต่ได้รับโอกาสมาทำตรงนี้ต้องบอกว่า เป็นการแข่งขัน 8 รอบที่รู้สึกว่ายาวนานที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ เพราะอันดับของ แนนโซนิก ลองไล่นับดูเลยรรู้สึกว่ายังไงก็ติดโพเดี้ยมแน่นอน รอบที่ 7 จึงมีการส่งสัญญานให้ประคองไม่ต้องบวกไปมากกว่านี้ เพราะจากการคำนวนแล้ว ยังไงก็โพเดี้ยมแน่นอน

เมื่อการแข่งขันผ่านมาจนครบ 8 รอบสนาม น้ำตาของพวกเราซึมออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อมีการประกาศว่า Champion ในรุ่น FIM Asia Cup คือประเทศไทย

และเราก็เชื่อว่า ทุกคนที่ติดตามชมการถ่ายทอดสดคงรู้สึกปลาบปลื้มไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว เพราะพวกเราบอกกับทุกคนที่มาขอสัมภาษณ์ว่า พวกเราทีมไทย มาหาประสพการณ์และ Race For Fun แต่มันดันกลายเป็นพวกเราได้ยืนโพเดี้ยมสูงสุดของระดับเอเซีย ธงชาติไทยโบกสบัดทั้งบนโพเดี้ยมและหลังโพเดี้ยมเหมือนตอนชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เพลงชาติไทยกระหึ่มลั่นสนาม Butha International Circuit ทีมงานเรากลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ มันปลาบปลื้มเกินกว่าที่เราคิดกันเป็นอย่างมาก สื่อมวลชนมารุมร้อมสัมภาษณ์ เพราะรู้โปรไฟล์คร่าวๆ ของทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสพการณ์และทักษะต่างๆ

แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมาจนได้…….เนื่องจากนักแข่งจากประเทศญี่ปุ่น รถเสียและเข้ามาทำการซ่อมในพิท และสามารถกลับเข้าไปแข่งต่อ แล้วไล่จนเกือบจะได้แซง น้องแนน ซึ่งตอนที่ธงตาหมากรุกโบกสบัด ตำแหน่งของนักแข่งญี่ปุ่น ตามน้องแนนอยู่ แต่เนื่องจากคะแนนรวมทั้ง 3 สนามที่มีอย่างละ 2 Race ทีมญี่ปุ่นนำอยู่พอสมควร จึงมีการผิดพลาดทางเทคนิค จากผลที่ประกาศออกมาว่า ประเทศไทยอันดับที่ 1 อินเดียอันดับที่ 2 ญี่ปุ่น อันดับที่ 3 ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็น ญี่ปุ่นอันดับ 1 ประเทศไทยอันดับที่ 2 อินเดีย อันดับที 3 เนื่องจากผิดพลาดทางเทคนิคในเรื่องของการรวมคะแนนสะสม

อาการช็อคเกิดขึ้นมาแน่นอน เพราะเรารับถ้วยรางวัลแชมป์ไปแล้ว สื่อมวลชน รับทราบเรียบร้อย นักแข่งในทีมชาติไทย เสียขวัญและร้องไห้ด้วยความเสียใจ เพราะที่นี่คือที่แรกที่พวกเธอเคยมาแข่ง และได้รับรางวัลที่ไม่คิดมาก่อน แต่ต้องโดนคืนตำแหน่ง

สัมพันธ์ภาพที่ดีของ คุณ อากิระ โกโตะ สมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ประเทศญี่ปุ่น เห็นความดีใจของพวกเราจึงอกกับพวกเราว่า “ไม่เป็นไร เอาถ้วยรางวัลไปเถอะการแจ้งผลการแข่งขันทำให้พวกคุณรู้สึกดี ผมไม่อยากได้ถ้วยใบนี้หรอก มันใหญ่เกินไป ไม่อยากเอากลับ มันหนัก”

แต่การโปรโมททุกทาง ภาพเห็นกันทั่วโลกแล้วว่าทีมไทยได้แชมป์เปี้ยน พวกเราตัดสินใจเด็ดขาด ว่าพวกเราได้ที่ 2 จริงๆ จึงนำถ้วยรางวัลแชมป์ ไปให้กับทีมญี่ปุ่น พร้อมกับภาพที่สวยงามคือ การเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี จริงๆ นี่คือความคิดของสองนักแข่งสาวไทย ที่อาจจะมีการกระชากอารมณ์บ้างในช่วงแรก แต่ก็ถือว่าทำได้อย่างสวยสดงดงาม อาจจะมีอาการเสียใจที่โดนทวงตำแหน่ง แต่ก็ยังเข้มแข็งอยู่ได้

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่พวกเรา 3 ชีวิต ไปอยู่ในระดับอินเตอร์ และขึ้นโพเดี้ยมได้อย่างสวยงาม

นี่คือประสพการณ์อย่างแท้จริงที่นักแข่งมืออาชีพบางคนก็อาจจะไม่เคยเจอการทวคืนงตำแหน่งอย่างนี้ แต่นี่ นักแข่งของเราพยายามไม่แพ้ใคร และยังชนะใจตัวเองโดยการคืนถ้วยแชมป์อย่างสวยงาม ทำให้มิตรภาพเกิดขึ้นมาอย่างสวยงามจริงๆ

รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย คือหลักที่แท้จริงของคำว่า กีฬา

สำหรับผู้ที่เพิ่งจะเสพกีฬามอเตอร์สปอร์ต ขอเรียนให้ทราบว่า การได้แต่ละแต้มของนักแข่งไม่ใช่เรื่องง่าย ในระดับนานาชาติ จุดที่พวกเราอยู่กันตรงนี้ ชาวมอเตอร์สปอร์ตจะเข้าใจ ใครไม่เข้าใจเราขอเชิญมาเสพเรื่องราวมันส์ๆ ของวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยกันตรงนี้เลย

หลังจากนี้อย่าพลาดการติดตามเรา เพราะคุณอาจจะตกใจว่า ทีมชาติไทยทีมนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร…..

บรรยากาศวันแข่ง Race2

ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นมาสัมภาษณ์ทีมชาติไทยก่อนแข่ง

เสริมที่ดันคางเล็กน้อย

เสริมถังน้ำมันจะได้หมอบได้มิดขึ้น

ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธ์ก่อนแข่ง

ไทยแลนด์สู้ๆ

พร้อมรบ

พี่บีม ผู้หญิงไทยหนึ่งในทีมแมคคนิคดูแลเราเป็นอย่างดี

รวมทีมแอคชั่น

รอยยิ้มของนักสู่

แฟนคลับมาขอถ่ายภาพ

เข้างานปาร์ตี้หลังแข่ง

อีกมุมมองของสองนักแข่งไทย แบบสวยๆ

มิตรภาพระหว่างประเทศ

มอบถ้ายให้กันและกัน

สุดเหวี่ยงในงานปาร์ตี้

ก่อนกลับสวมบทช่างภาพกันเอง

กำลังจะออกจากโรงแรม

เตรียมกลับเอาถ้วยไปฝากชาวไทย

เดินทางถึงไทยโดยสวัสดิภาพ

There are no comments yet

Why not be the first

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *