RV2 Movement : Switch from Green to Blue

 

คงจะทราบข่าวกันมาหลายเดือนแล้วที่ Ryan Villopoto เจ้าของตำแหน่งแชมป์ AMA Supercross 4สมัย และ แชมป์ AMA Motocross 3สมัย ได้จรดปากการร่วมงานกับ Yamaha Motor Corporation  USA  ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมต่างด้านการส่งเสริมการขายหรือการตลาดในส่วนของ Yamaha ‘s Motorsports Group ซึ่ง RV2 ได้กล่าวว่า

“แม้ว่าชีวิตของผมจะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากยุติบทบาทในฐานะนักแข่ง แต่ในชีวิตประจำวันของผมก็ยังคงมีส่วนร่วมและมีความต้องการร่วมในกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตอยู่ตลอดเวลา ผมยังคงขับขี่แข่งขันเป็นงานอดิเรก ฝึกฝน ฝึกซ้อม รวมทั้งสอนเด็กๆ และเช่นเดียวกันผมเองก็อยากจะตอบแทนบางอย่างคืนให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยสิ่งที่ผมสามารถจะทำได้ ดังนั้นครอบครัวของผมจึงยังคงมีช่วงเวลาที่ออกไปร่วมกับกิจกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตต่างๆอยู่เสมอ และเมื่อมีโอกาสได้ร่วมงานกับYamaha ผมจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง เพราะเป็นที่รู้กันว่าในอุตสาหกรรมยานยนตืนี้Yamaha มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลากหลายทั้ง ออฟโรด , ออนโรด , ในแบบสองล้อและสี่ล้อ ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมในการที่จะมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมทางด้านมอเตอร์สปอร์ตต่างๆในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์กับYamaha แน่นอนว่าผมจะมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับทีมแข่งแต่ผมไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับทีมแข่งแต่อย่างใด แต่ถ้าในช่วงเวลาที่อยู่ในสนามแข่งหากมีอะไรที่ทั้ง Cooper Webb หรือ Justin Barcia ต้องการให้ช่วยผมก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนพวกเขารวมถึงนักแข่งคนอื่นๆด้วย แต่ถ้าพวกเขาไม่ต้องการ ผมก็แค่นั่งดูเกมและสนุกสนานกับเกมในสนามแข่ง แล้วก็ทำกิจกรรมต่างๆในสถานะของแบรนด์แอมบาสเดอร์ ”

นี่คือการกลับมาสวมสีเสื้อ Yamaha อีกครั้งของ Ryan Villopoto ซึ่งครั้งสุดท้ายก็คือในปี 2002 ที่ Lorretta Lynn กับเกม AMA Amateur Championship ที่เขาแข่งขันในรุ่น 85 c.c.Modify  ที่ซึ่งเขาจบเป็นอันดับสองหลังจากขับเคี่ยวกับ  Mike Alessi และ Zach Osborne จนกระทั่งสามปีหลังจาก”ประกาศอำลาสนาม” เขาก็สวนแจ๊คเก็ต Yamaha เข้าสู่สนามอีกครั้งในเกมนัดเปิดฤดูกาลของ 2018 AMA Supercros Championship ที่จะต้องรับงานเยือนตัวแทนจำหน่าย เปิดศูนย์บริการ ร่วมงานกับนักแข่งหน้าใหม่หรือเยาวชน และร่วมกิจกรรมต่างๆ

“นี่คือสิ่งที่นักแข่งระดับโปร ระดับตำนาน ส่วนมากจะได้รับ” และไม่แปลกกับการ รับงานข้ามค่าย ซึ่งก่อนหน้านี้ก้มีอย่าง Jeremy McGrath ที่เคยแข่งให้กับทีมอิสระ Kawasaki ในช่วงปี 1990 ก่อนจะโยกไปประสบความสำเร็จสุงสุดกับ HondaและYamaha ก่อนที่จะกลับมารับบทบาท แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Kawasaki ในปัจจุบัน หรือ Jeff Emig ที่สร้างความสำเร้จมากมายในฐานะนักแข่งกับYamaha และ Kawasaki แต่ในปีที่ผ่านมาเขาก้าวเข้าไปรับหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Husqvarna  อาจจะกล่าวได้ว่า”พลังของเรซซ่งฮีโร่” มีผลหรือไม่ก้มีส่วนกับผลทางด้านการตลาด ที่แม้แต่Suzuki เองที่”ถอนตัว”ออกจากกิจกรรมการแข่งขันหลายรายการก้ยังคงต้องตั้งเงินเดือนให้กับ Ricky Carmichael ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับบริษัท หรือแม้แต่ KTM เอง ก็ยังต้องดันให้ Ryan Dungey  มารับบทบาทแบรนด์แอมบาสเดอร์เช่นกัน ในขณะที่นักแข่งแฟคทอรี่ปัจจุบันของ KTM USA อย่าง Marvin Musquin หรือ Broc Tickle นั้นก็ต้องเน้นโฟกัสอยู่ที่เฉพาะหน้าที่หลัก คือทำผลงานในสนามแข่งให้ดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งคงไม่เหมาะหรือทำได้ไม่เต็มที่หากจะดึงนักแข่งแฟคทอรี่มาทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ควบคู่ไปด้วย เพราะฉะนั้น นักแข่งระดับตำนาน นักแข่งที่มีความสำเร็จสูงสุดเหล่านี้ จึง “มีคุณค่า” มากเพียงพอสำหรับการ นำมาสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับ นักแข่งหน้าใหม่และลูกค้าของแต่ละค่าย แม้แต่Honda เองก็ยังมี Andrew Shot มารับหน้าที่ต่อจาก Kevin Windham และ Mike LaRocco ทว่าเวลานี้ Honda USA คงต้องควานหา บุรุษผู้ที่จะมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับการทำตลาดของค่ายคนใหม่ เมื่อ Andrew Shot ตัดสินใจที่จะกลับสู่เส้นทางนักแข่งอีกครั้ง ด้วยการรับบทนักแข่งแรลลี่ให้กับ Husqvarna  ….. เมื่อมาถึงบรรทัดนี้ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่ฉุกคิดขึ้นมาแล้ว “นักแข่งในตำนานของไทย” ล่ะ ค่ายรถต่างๆในไทย “ไม่ลองจะเปิดตาหาบุรุษผู้เป็นแรงบันดาลใจบ้างหรือ”

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *